วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

AACP จัด “ไทยแลนด์แอนิเมชัน คอนเทสต์ 09”

ผนึกกำลังภาครัฐ หวังดึงเยาวชนเป็นแนวร่วมสู้วิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมแสดงพลังความคิดผ่านการสร้างสรรค์แอนิเมชัน ขี้เป็นปัญหาใกล้ตัวที่ทุกคนช่วยแก้ไขได้...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) จัดโครงการ “ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ 2009 โดย อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.” ในหัวข้อ “พลังจิ๋วช่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเปิดเวทีให้เยาวชนสามารถแสดงความคิด พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยถ่ายทอดเป็นสื่อแอนิเมชันเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนต่อไป โดยทีมผู้ชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษามูลค่ากว่า 250,000 บาท พร้อมเดินทางไปทัศนศึกษางานด้านแอนิเมชัน ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และรับกรมธรรม์ประกันภัยให้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ รวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท เป็นเวลานาน 1 ปี

นายสตีเฟ่น แอปเปิ้ลยาร์ด กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิตกล่าวว่า วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบไปในวงกว้างและกลายเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ควรช่วยกันหาทางแก้ปัญหาและป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อไป อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคม ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน โดยในปี 2552 นี้ บริษัทฯ ได้เชิญชวนนักเรียนนักศึกษาให้แสดงความสามารถด้านแอนิเมชัน ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและยังเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมแอนิเมชันของประเทศไทย พร้อมรณรงค์ให้คนไทยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์มากขึ้น

ด้าน นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด และการสื่อสารองค์กร บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต กล่าวว่า การประกวดในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจ เนื่องจาก มีการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับประเทศ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่มองว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องไกลตัว เชื่อว่า การเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาจากมุมมองของเยาวชนต่อสภาวะเศรษฐกิจ อาจสร้างแนวทางใหม่ๆ ในการเรียนรู้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการฯ ในปี 2550 ก็ได้รับความร่วมมือจากเยาวชนในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวนหลายพันคน

ส่วน นายจรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช กล่าวว่า ในปีนี้ มูลนิธิฯ ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ เนื่องจาก วิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบันถือเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตในสังคม และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ไข ขณะเดียวกัน ยังถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการผลักดันเยาวชน ให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการคิด เพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ พร้อมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไป

ขณะที่ นายวิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า นอกจากการวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ที่เป็นภารกิจหลักของเนคเทคแล้ว การส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็ถือเป็นภารกิจที่เนคเทคให้ความสำคัญมาโดยตลอด เนื่องจาก ความพร้อมของบุคลากรช่วยสะท้อนถึงความสามารถในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ประเทศไทยยังต้องได้รับการพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ความร่วมมือในการจัดโครงการ ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ กับ บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. จึงถือเป็นกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรของเยาวชน ผ่านเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ เครื่องมือในการสร้างผลงานจากจินตนาการให้เป็นภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประกวดสร้างภาพเคลื่อนไหวของโครงการ ไทยแลนด์ แอนิเมชัน คอนเทสต์ โดยอยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ในหัวข้อ “พลังจิ๋วช่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระดับ สำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา โดยผู้สนใจสามารถสมัครเข้าแข่งขันเป็นทีมๆ ละ 3 คน พร้อมส่งผลงานแอนิเมชันที่ส่งเข้าประกวด ต้องมีความยาวไม่เกิน 3 นาที ที่สร้างด้วยโปรแกรม Open Source โดยสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 21 สิงหาคม และหมดเขตส่งผลงานในวันที่ 20 ตุลาคม นี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกกิจกรรมเพื่อสังคม ฝ่ายการตลาด บมจ.อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ชั้น 6 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ โทร. 02–305-7407 หรือ สมัครผ่านระบบออนไลน์ได้ www.aacp.co.th/thailandanimation

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อาคเนย์ทุ่ม 100 ล้านบาท รีแบนด์องค์กรใหม่

พร้อมรุกตลาด ประกาศอีก 5 ปีข้างหน้า ขึ้นแท่นอันดับ 9 ธุรกิจประกัน แย้มไต๋จ้องเทคโอเวอร์บริษัทประกันชีวิต-ประกันภัย ที่ต่างชาติถือหุ้นแล้วต้องการถอนตัว

วันนี้ (9 ก.ย.) นายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ปรานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจประกันภัยและการเงิน อาคเนย์ ในเครือกลุ่มทีซีซี กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจประกันภัยและการเงินอาคเนย์ ประกอบไปด้วย อาคเนย์ประกันชีวิต อาคเนย์ประกันภัย และอาคเนย์แคปปิตอล ได้ใช้งบในปรับภาคลักษณ์และบุคลิกขององค์กรใหม่ (รีแบรนด์) ระยะแรก 100 ล้านบาท ในช่วงเวลา 1 ปี หากประสบผลสำเร็จจะมีการรีแบรนด์ ระยะที่ 2 ,3 และ 4 ต่อไป โดยจะใช้งบครั้งละ 100 ล้านบาท สำหรับการรีแบรนด์ครั้งนี้เป็นการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทุกองค์ ประกอบ ตั้งแต่ภาคลักษณ์ภายนอกจนถึงระบบการจัดการภายใน เพื่อให้อาคเนย์มีรูปโฉมที่ทันสมัย และเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในฐานะผู้นำด้านระบบเครือข่ายสินค้าและบริการที่ครบวงจร สามารถตอบสนองลูกค้าที่แท้จริงได้ครบถ้วนทุกแง่มุมของชีวิต โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการรีแบรนด์ในครั้งนี้ รองรับการการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งทางกลุ่มพร้อมทำตลาดทันที

“อาคเนย์มีอายุ 63 ปี การเลือกวันที่ 9 เดือน 9 เปิดตัวรีแบนด์นับเป็นวันที่ฤกษ์ดี เป็นวันมงคล โดยอาคเนย์มีเป้าหมายแต่ละปี ธุรกิจในกลุ่มอาคเนย์ จะมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ภายใน 5 ปี หรือปี 2556 จะขึ้นอันดับ 9 โดยอาคเนย์ประกันชีวิต จะมีเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 500 % อาคเนย์ประกันภัย เบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 140 % และอาคเนย์แคปปิตอล จะรถเช่าเพิ่มขึ้น 280 % และในอนาคตจะขยายธุรกิจให้บริการสินเชื่อบุคคล” ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจประกันภัย อาคเนย์ฯ กล่าว

นายโชติพัฒน์ กล่าวอีกว่า กลุ่มอาคเนย์ยังสนใจเข้าซื้อกิจการของบริษัทประกันชีวิต และประกันภัย หาโดยเฉพาะกลุ่มต่างชาติที่เข้ามาถือหุ้นในธุรกิจประกันชีวิต และประภัยของไทย และรายใดสนใจขายหุ้นก็จะพร้อมเข้าไปเจรจา แต่การเข้าไปซื้อธุรกิจประกันจะต้องเพิ่มศัยภาพให้กลุ่มอาคเนย์ได้ด้วย อย่างไรก็ตามการลงทุนของกลุ่มทีซีซี ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนระยะยาว และการลงทุนในธุรกิจประกันก็จะเป็นการลงทุนระยะยาวเช่นเดียวกัน

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สั่งทบทวนเงินกู้ ช.พ.ค.บีบครูทำประกัน

รมว.ศธ.เผย ให้สกสค.กลับไปทบทวนหาความจำเป็นมากน้อย เล็งปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ครู เพื่อนำไปสู่การลดหนี้ ลดดอก และยืดเวลาชำระดอกเบี้ยไม่ใช่เดินหน้าไปสู่การเพิ่มภาระหนี้สิน ...

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้เชิญนายวัฒนา วรรณโสภา รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มาชี้แจงกรณีโครงการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) โครงการ 5 ซึ่งมีสมาชิกร้องเรียนมายังตนว่ามีการบังคับให้ผู้กู้ทุกรายต้องทำประกันชีวิต ตนจึงได้มอบหมายให้ สกสค.กลับไปทบทวนโครงการดังกล่าวว่า มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนที่ต้องบังคับให้สมาชิก ช.พ.ค.ที่เป็นผู้กู้ทุกคนต้องทำประกันชีวิต เพราะอาจมีผู้กู้บางคนไม่อยากทำ ดังนั้น สกสค.น่าจะมีทางเลือกอื่น นอกจากนี้ตนมีนโยบายชัดเจนว่า ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ครู เพื่อนำไปสู่การลดหนี้ ลดดอก และยืดเวลาชำระดอกเบี้ยไม่ใช่เดินหน้าไปสู่การเพิ่มภาระหนี้สิน สกสค.ต้องกลับไปทบทวนว่า ทิศทางการทำงานที่ผ่านมามีความเหมาะสมและเป็นความต้องการของครูหรือไม่

ด้านนายวัฒนากล่าวว่า สกสค.รับจะไปหารือกับธนาคารออมสินว่า หากไม่บังคับให้ผู้กู้ทำประกันแต่ให้ยึดตามความสมัครใจจะได้หรือไม่ แต่คิดว่าเป็นเรื่องยาก เพราะการทำประกันชีวิตเพื่อประกันหนี้เกี่ยวข้องกับการประกันความเสี่ยงของธนาคารออมสิน และสำนักงาน สกสค.ในฐานะที่ต้องหักเงินผู้กู้ที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค.ให้แก่ธนาคารออมสิน การให้ผู้กู้ที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค.ต้องทำประกันชีวิตด้วยนั้น ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ สกสค. แล้ว โดยทางธนาคารออมสินได้เลือกบริษัททิพยประกันภัยเข้ามาทำประกันชีวิตให้ ซึ่ง สกสค. ก็เห็นว่าเหมาะสม เพราะเป็นบริษัทที่ทางธนาคารออมสินถือหุ้นอยู่ และที่สำคัญมีข้อเสนอที่ดีคือ ครูไม่ต้องตรวจโรคเลย ทั้งนี้ ตนขอยืนยันว่าการบังคับให้ผู้กู้ทำประกันชีวิตไม่มีเรื่องผลประโยชน์ หรือเรื่องค่าคอมมิชชั่นแต่อย่างใด หากใครต้องการจะกู้ก็ต้องยอมรับในเงื่อนไขที่กำหนด ถ้าลำบากใจที่จะทำประกันชีวิตก็ไม่ต้องมาขอกู้ในโครงการนี้ เพราะ สกสค.มองว่าโครงการนี้มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่น ที่สำคัญไม่ได้ระบุระยะการชำระเงินกู้ และไม่ต้องมีสินทรัพย์ค้ำประกันเหมือนการกู้ทั่วไป ส่วนการหักเงิน 10,000 บาทเข้ากองทุนรวม ตนไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้ แต่ทราบว่าจะมีการออกระเบียบมารองรับ

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คปภ.จี้บริษัทประกันต่ออายุคุ้มครองหวัดมรณะ

คปภ. จี้บริษัทประกันชีวิตขยายความคุ้มครองภัยจากไข้หวัด 2009 ต่อ หลังสิ้นสุดเดือน ก.ย. ขณะที่ "สาระ"ชี้ การขยายเวลาไม่สามารถบังคับได้ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ ...

วันนี้ (25ก.ค.) นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า จะหารือร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย เพื่อขอความร่วมมือบริษัทประกันชีวิตแต่ละแห่ง พิจารณาขยายระยะเวลาการคุ้มครองผู้เอาประกันภัย กรณีได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 จากขณะนี้ที่บริษัทเพิ่มความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันชีวิต แบบที่มีประกันสุขภาพ (พีเอ) แนบท้ายแล้ว และจะสิ้นสุดการขยายความคุ้มครองในเดือนก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าการระบาดจะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องอีกหลายเดือน

ทั้งนี้ นางจันทรา กล่าวต่อว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน คปภ.ได้จัดตั้งศูนย์ประชาชนด้านประกันภัยขึ้น ที่สำนักงาน คปภ. แห่งใหม่ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ใกล้กับกรมส่งเสริมการส่งออก ถนนรัชดา ซึ่งจะเปิดให้บริการด้านประกันภัยทุกประเภท ทั้งประกันชีวิตและด้านอุบัติเหตุต่างๆ กำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ วันที่ 29 ก.ค.นี้ หรือสอบถามมายังสายด่วนประกันภัย 1186 ได้

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า จากการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ประชาชนตื่นตัวทำประกันชีวิตมากขึ้น และในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา จากการที่บริษัทประกันได้เพิ่มการคุ้มครองให้ผู้เอาประกันที่ติดเชื้อไข้ หวัดใหญ่ 2009 มาแล้วนั้น ได้มีการจ่ายสินไหมทดแทน รวมถึงกรณีเสียชีวิตแล้ว 2,800 ราย แยกเป็นการเสียชีวิต 3 ราย รวมเป็นเงินกว่า 52 ล้านบาท ส่วนระยะเวลาการขยายความคุ้มครองไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่จะสิ้นสุดในเดือน ก.ย.นี้ โดยภาพรวมแล้ว คงไม่สามารถบังคับบริษัทประกันชีวิตให้ขยายระยะเวลาการให้สิทธิคุ้มครองได้ ขึ้นกับความสมัครใจ

"การระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 จะทำให้คนไทยทำประกันชีวิต และดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยธุรกิจประกันชีวิตปีที่ผ่านมา เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเติบโตกว่า 15% และเชื่อว่า ครึ่งหลังปีนี้ ประชาชนจะทำประกันชีวิตในลักษณะสะสมทรัพย์ หรือทำประกันแบบหน่วยลงทุน หุ้นกู้ เพื่อหักภาษีเงินได้มากขึ้น และยังจะทำประกันสุขภาพมากขึ้น คาดว่า ปีนี้ ธุรกิจประกันชีวิตจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับรวม 200,000-250,000 ล้านบาท" นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าว

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แจงประกันชีวิตกู้ ช.พ.ค.

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเตรียมหารือ ร่วมกับธนาคารออมสิน คณะกรรมการ ช.พ.ค. และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับปัญหาในโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. ...

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีปัญหาโครงการเงินกู้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) 5 ว่า ธนาคารออมสินทำหนังสือมาถึงตนแล้วว่าธนาคารไม่ได้กำหนดเงื่อนไขบังคับการทำประกันชีวิตในการกู้เงิน ช.พ.ค. 5 เพราะธนาคารจะไปบังคับผู้กู้ให้ไปทำประกันชีวิตไม่ได้ เพราะจะผิดกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ต้องกลับไปดูว่าที่เหมาะสมที่สุด และถูกต้องที่สุดจะเป็นอย่างไร

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จะนัดหารือกับธนาคารออมสิน คณะกรรมการ ช.พ.ค. และสำนักงานปลัด ศธ.ในสัปดาห์นี้ ซึ่งตนคิดว่าหากไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรเป็นการเฉพาะ ในหลายเรื่องก็จะผ่อนปรนและตัดทอนเงื่อนไขที่ไม่จำเป็นออกไป.